วันสุดท้ายในฐานะ “นักเรียน”

“โรงเรียนเพลินพัฒนา” หากจะให้นับดูคร่าว ๆ นี่ก็เป็นเวลากว่า 16 ปีแล้วนะครับ ที่ในทุก ๆ เช้าผมจะต้องใช้เวลา 20 นาทีบนท้องถนนเดินทางมายังสถานที่เดิม ๆ เพื่อใช้ชีวิตราว 8-12 ชั่วโมงในที่แห่งนี้ สำหรับตัวผมเองที่ในตอนนี้ที่พึ่งจะอายุ 18 ปี
บริบูรณ์เท่านั้น 16 ปีที่ผ่านมาก็ดูจะเป็นเวลาไม่น้อยเลยแหล่ะครับ (555+) มันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากพอที่หากจะพูดว่าชีวิตของผมคือที่นี่ก็คงจะไม่ใช่คำพูดที่ผิดสักเท่าไหร่ ในวันนี้ที่ผมจะต้องนั่งรถบนถนนเส้นเดิมมายังโรงเรียนนี้ในฐานะ “นักเรียน” เป็นครั้งสุดท้ายก็มีความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายหลายอย่าง ที่ถ้าหากผมไม่ได้เล่าให้ใครสักคนฟังผมก็คงจะอึดอัดอยู่พอตัวเลยแหล่ะครับ (555+) ผมจึงอยากขอถือเอาโอกาสนี้มาแบ่งปันความรู้สึกเหล่านั้นให้ทุก ๆ คนได้อ่านกัน หวังว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากเรื่องราวเหล่านี้ของผมไม่มากก็น้อยนะครับ

เริ่มแรก ผมต้องขออณุญาติเคลมว่าตัวเองเป็นรุ่นแรกที่เรียนตั้งแต่ต้นจนจบนะครับ (555+) ย้อนกลับไป 16 ปีที่แล้ว หลังจากที่คุณแม่ของผมได้พาผมมาเข้าเรียนที่นี่ในระดับชั้นเตรียมอนุบาล ชีวิตของผมครึ่งหนึ่งนอกจากอยู่บ้านก็อยู่ที่โรงเรียนนี่แหล่ะครับ ตั้งแต่อนุบาล ประถม มาจนถึงมัธยม ตลอดเวลาที่ผมเดินทางผมช่วงเวลาเหล่านั้น เวลาที่ใช้อยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้มันเต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย เป็นการเดินทางอันยาวนานที่ตัวผมในตอน 10 ขวบรู้สึกว่ามันยาวเหมือนคงจะไม่มีวันจบลงด้วยซ้ำ หากแต่อย่างหนึ่งอย่างใดที่ผมมั่นใจมาตลอดก็คือโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ “แปลก” เมื่อยิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งรู้สึกว่ามันแปลกขึ้นไปเรื่อย ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าทำให้โรงเรียนนี้ไม่เหมือนโรงเรียนไหนเลย คือบรรยากาศที่ปลอดภัย สนามหญ้าอันกว้างใหญ่ที่เด็กวิ่งเล่นได้โดยที่พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ห้องสมุดที่มีหนังสือแทบทุกเล่มที่อยากจะอ่าน หรือแม้กระทั้งทางเข้าออกที่มีพี่ยามคอยดูแลตลอดเวลา องค์ประกอบเหล่านี้ยังเทียบไม่ได้เลยกับสังคมในโรงเรียนที่สร้างความรู้สึก “ปลอดภัย” ให้กับทุกคนที่ได้มาอยู่ ตั้งแต่ครู นักเรียน ไปจนถึงผู้ปกครอง ทั้งหมดผสมผสามกันจนกลายเป็นความโดดเด่นอันแข็งแกร่งของสถานที่แห่งนี้ สิ่งเหล่านั้นทำให้ตัวผมตลอดเวลาที่ผ่านมา มีความกล้าที่จะลองทำในสิ่งต่าง ๆ มากมายเวลาที่อยู่ในโรงเรียน จนได้พบกันทั้งสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ไม่ชอบตั้งแต่ยังอายุไม่มาก พื้นที่แห่งการเรียนรู้นี้มันประกอบขึ้นมาจากหลายชิ้นส่วนที่ผมเชื่อดีว่าผมคงไม่สามารถหาได้ที่ไหนต่อจากนี้อีกแล้วแหล่ะครับ(555+)

มันเป็นมากกว่าโรงเรียน เพราะสำหรับผมแล้วมันคือความสบายใจ ผมเรียกสิ่ง ๆ นี้ว่า “ความเป็นเพลิน” ครับ

มันติดจนกลายเป็นนิสัยไปแล้วครับ ที่เวลาไม่สบายใจผมก็มักจะไปเดินเล่นที่สนามหญ้าตึกประถมอยู่เป็นประจำ พลังบวกในสถานที่แห่งนี้มันคือ Safe zone ที่ไม่ว่าจะกลับไปกี่ครั้งก็ยังคงทำให้ผมมีความสุขแบบเดียวกับที่ผมในวัยเด็กมี เสียงหัวเราะ แสงแดด หรือลมเย็น ๆ มันคือความสุขที่ประกอบขึ้นมาจากความทรงจำตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ณ สถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่ผมกล้าที่จะเรียกมันว่าบ้าน สถานที่ที่ไม่ว่าจะผ่านไปอีกนานแค่ไหนผมก็จะยังอยากจะกลับมาในทุก ๆ เช้า เพราะผมรู้ดีว่า

“ไม่ว่าผมจะต้องเจอกับอะไรอีกบ้างต่อจากนี้ ผมจะเจอตัวเองได้ที่นี่เสมอ”

ถึงคุณครูทุกคนที่สอนผมมาตั้งแต่อนุบาลจนถึงตอนนี้ ขอบคุณคุณครูทุกคนมาก ๆ นะครับ คุณครูทุกคนคือผู้มีพระคุณที่อดทนกับไม้ในทุกช่วงเวลามาตลอด คอยอบรมสั่งสอนไม้ให้เติบโตมาในแบบที่ควรจะเป็น ขอโทษที่หลาย ๆ ครั้งไม้ดื้อนะครับ (555+) และขอโทษที่ไม่สามารถไปกล่าวอำลาครูทุกคนได้หมดนะครับ ไม้รักครูทุก ๆ คนมาก ๆ ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะครับ

และสุดท้าย ขอขอบคุณทุกอย่างในโรงเรียนนี้ 16 ปีที่ผมเติบโตในโรงเรียนนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมาคือความทรงจำที่มีคุณค่ากับตัวผมมาก ๆ เลยนะครับ ผมจะนำทุกสิ่งที่ได้รับจากสถานที่แห่งนี้มาพัฒนาตัวผมเองให้มากที่สุดให้สมกับนักเรียนเลขบัตร 00044 เลยครับ (55555+)

ด้วยรักและเคารพในโรงเรียนเสมอ

ลูกไม้ 6/3/2020

โดย ส่วนสื่อสารองค์กร
ข้อมูล ณ มีนาคม 2563