ช่วงชั้นอนุบาล

หนึ่งวันของหนูมีความหมาย

วิถีการเรียนรู้ชีวิตประจำวันของนักเรียนเตรียมอนุบาล ช่วงชั้นอนุบาล ปีการศึกษา 2561

ปฏิทินกิจกรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวของอนุบาล

  • All Post
  • อนุบาล
เพลินคิดเพลินทำ อ.2

“เพลินคิดเพลินทำ” ชวนเด็กๆ คิดสร้างสรรค์ไปพร้อมกับการลงมือทำผ่าน กล่องเพลินกับกิจกรรมที่หลากหลายของเด็กๆ อ.2 ที่ได้ทั้งความเพลิดเพลิน ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้งฐานกาย และฐานคิด

เสวนา เลี้ยงลูกเชิงบวก  ผนวกวินัย เสริมการสื่อสาร สร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์

ขอแบ่งปันสาระน่ารู้สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ที่มีลูกน้อยปฐมวัยเพื่อเพิ่มเติมเทคนิคดีๆ ในการเลี้ยงลูก กับเสวนา Positive Parenting : เลี้ยงลูกเชิงบวก ผนวกวินัย เสริมการสื่อสาร สร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์

มีอะไรซ่อนอยู่ในเพลินศิลปะ : น้องเตรียมอนุบาล

มีอะไรซ่อนอยู่ในเพลินศิลปะ "สีล่องหน" ของน้องเตรียมอนุบาล กว่าจะมาเป็น 1 แผน ที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ครูแอ๊นท์ใช้ "ทุกนาที" อย่างมีความหมาย เพื่อให้หนูน้อยน้องเตรียมอนุบาล เกิดการเรียนรู้อย่างเป็นธรร…

การเรียนรู้

ระดับเตรียมอนุบาลและอนุบาล

เป็นการผสมผสานนวัตกรรมต่างๆ ที่มีวิธีการส่งเสริมพัฒนาการที่สอดคล้องกับธรรมชาติในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัยเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพสูงสุดในเด็กเป็นรายบุคคล

โดยมีกิจกรรมพัฒนาประสาทสัมผัสรับรู้ (Sensory Integration) กิจกรรมทางภาษา กิจกรรมดนตรีและการเคลื่อนไหว กิจกรรมศิลปะ ฯลฯ รวมถึงการเรียนรู้ที่อาศัยการบ่มเพาะและซึมซับผ่านกิจวัตรประจำวันที่สร้างให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนาความรู้ความสามารถ จากการปฏิบัติจริงจนชำนาญ สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งและบุคคลต่างๆ รอบตัวได้

การเรียนการสอนปฐมวัยที่โรงเรียนเพลินพัฒนาเริ่มต้นที่การสร้างความรู้สึกไว้วางใจ อบอุ่น เป็นมิตร ด้วยกระบวนการซึมซับรับรู้อย่างเป็นธรรมชาติ และความสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน

เพื่อสร้างความสุข ความเบิกบาน ความมั่นคงในจิตใจ ให้พร้อมที่จะรองรับการเรียนรู้ และสร้างพื้นฐานนิสัยที่ดีงามตั้งแต่เยาว์วัย

การสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือทำ และการได้สัมผัสจับต้องของจริง ให้เด็กๆ ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อเป็นฐานในการเชื่อมโยงความรู้ โดยคำนึงถึงธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย ร่วมไปกับการส่งเสริมกระบวนการคิดสร้างสรรค์ การสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และการสร้างโอกาสให้เด็กค้นพบและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง ภายใต้บรรยากาศที่มีความสุข สงบ และเพลิดเพลิน

เด็กๆ ช่วงชั้นอนุบาลจะก่อเกิดการพัฒนาเต็มตามศักยภาพแห่งช่วงวัย ในฐานกาย ฐานใจ และสติปัญญา มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ เพื่อพร้อมที่จะเติบโตต่อไปในโลกแห่งการเรียนรู้และพัฒนาตนอย่างมีความสุข

สนุกในวัยอนุบาล

เรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือทำ และการได้สัมผัสจับต้องของจริง ให้เด็กๆ ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อเป็นฐานในการเชื่อมโยงความรู้และการสร้างโอกาสให้เด็กค้นพบและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง ภายใต้บรรยากาศที่มีความสุข สงบ และเพลิดเพลิน

สร้างความรู้สึกไว้วางใจ อบอุ่น เป็นมิตร

ด้วยกระบวนการซึมซับรับรู้อย่างเป็นธรรมชาติ และความสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความสุข ความเบิกบาน ความมั่นคงในจิตใจ ให้พร้อมที่จะรองรับการเรียนรู้ และสร้างพื้นฐานนิสัยที่ดีงามตั้งแต่เยาว์วัย

นำหลักธรรมสร้างวิถีการเรียนรู้

การจัดแบ่งช่วงเวลาในแต่ละปีการศึกษา
โรงเรียนเพลินพัฒนาจัดเวลาให้นักเรียนได้มีการเรียนรู้ 40 สัปดาห์ใน 1 ปีการศึกษา

ปีการศึกษาออกเป็น 4 ภาค ภาคละ 10 สัปดาห์ ซึ่งมีชื่อภาคและช่วงเวลาเปิด-ปิดภาคดังนี้

ภาคที่ 1 : ภาคฉันทะ

จะเปิดราวต้นสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม และปิดราวสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม

ประมาณ 12 พฤษภาคม – 18 กรกฎาคม

ภาคที่ 2 : ภาควิริยะ

จะเปิดราวสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม และปิดราวต้นเดือนตุลาคม

ประมาณ 12 พฤษภาคม – 18 กรกฎาคม

ภาคที่ 3 : ภาคจิตตะ

จะเปิดราวสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และปิดราวสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม

ประมาณ 20 ตุลาคม – 26 ธันวาคม

ภาคที่ 4 : ภาควิมังสา

จะเปิดราวสัปดาห์ที่ 1 หรือ 2 ของเดือนมกราคม และปิดราวกลางเดือนมีนาคม

ประมาณ 5 มกราคม – 15 มีนาคม

กิจกรรมการเรียนรู้

เพลินรับอรุณ

เป็นกิจกรรมแรกของทุกๆ วัน ให้เด็กได้มีพื้นที่ เวลาในการจัดการอารมณ์ความรู้สึกเพื่อสร้างความพร้อมของการเรียนรู้ในแต่ละวัน และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับบุคคล สถานที่ พร้อมจัดระเบียบร่างกายให้ตื่นตัวและพร้อมเรียนรู้ ลักษณะกิจกรรม มีกิจกรรมเล่นตามมุม เด็กจะฝึกทักษะผ่านอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ และสมาธิการจดจ่อ รวมทั้งกิจกรรมกลุ่มใหญ่ที่เน้นความงาม และความสงบ

เพลินเรียนรู้

เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ในฐาน 6 แบบ ที่ครอบคลุมการพัฒนาเด็กในทุกๆ ด้าน ผสมผสานกับการเรียนรู้เชิงโครงงานทั้งแบบเดี่ยว คู่ หรือกลุ่ม เพื่อก่อเกิดการพัฒนาเด็กอย่างเป็นองค์รวม การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์เชิงบวกจนสามารถก่อเกิดความสนใจของตนเอง เป็นเจ้าของการเรียนรู้ ตั้งคำถาม ลงมือค้นหาคำตอบ ผ่านลองผิดลองถูก การทดลอง สร้างความรู้และทักษะด้วยตนเอง ลักษณะกิจกรรมครูจัดการเรียนรู้ผ่านฐานกิจกรรม บูรณาการร่วมกับวิชาศิลปะ และดนตรีชีวิต

ลักษณะกิจกรรม ครูจัดกิจกรรม ฐานเพื่อส่งเสริมทางภาษาสำหรับเด็กเล็ก และมีการใช้คำถามปลายเปิด/สื่อ/กิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่า จัดกิจกรรมที่เป็นเครื่องช่วยการเรียนรู้ (Scaffolding) พาเด็กค้นหาความสนใจของตนเอง ขยายมุมมองของเด็กที่แตกต่างจากสิ่งที่เรียนรู้มาก่อน จนเด็กก่อเกิดแรงบันดาลใจ ช่วยเหลือ/สนับสนุนให้เด็กวางแผน (Plan) ลงมือทำงาน จนเด็กสามารถก่อเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Do) จนถึงการประมวลสรุป สังเคราะห์ความรู้ที่ได้จากการทำงานเป็นระยะ (Review) *(ฐาน + โครงงาน + PDR + ภาษาสำหรับเด็กเล็ก)

ESL

หรือ English as a Second Language เป็นกิจกรรมเสริมภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัย ผ่านการเรียนภาษาแบบองค์รวม เพื่อการซึมซับภาษาอังกฤษอย่างไม่รู้ตัว เป็นธรรมชาติ ที่เน้นการฟัง การพูดออกเสียง และสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติ และมีการเรียนรู้ในเรื่องระบบเสียงในภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน และเกิดเจตคติที่ดีในการใช้ภาษาอังกฤษ

เล่นอิสระ

เป็นการเล่นอิสระทั้งแบบกลางแจ้ง และแบบภายในอาคาร เพื่อหลอมรวมการเรียนรู้และพัฒนาการทั้งหมดที่สะสมมา ให้สังเคราะห์ออกมาเป็นคุณลักษณะ และสมรรถนะเฉพาะตนเองของเด็กและละคน พร้อมกับการพัฒนาระบบประสาทสัมผัส และระบบการทำงานของร่างกายทุกส่วน

Free Day

เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ตามฐานที่หลากหลายกว่าฐานที่มีในกิจกรรมอื่นๆ และสามารถเลือกได้อิสระ ไม่จำเป็นต้องครบทุกฐาน เพื่อให้เด็กได้พัฒนาคุณลักษณะ และสมรรถนะที่มีลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน โดยครูเป็นผู้กำหนดเป้าหมายของกิจกรรม(มีเนื้อหาสาระเชื่อมโยงกับสิ่งที่เด็กสนใจ) สร้างแรงบันดาลใจ จัดสื่อและอุปกรณ์ต่างๆไว้ในฐานต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กที่หลากหลาย

โดยเด็กเป็นเจ้าของกระบวนการเรียนรู้ และเป็นเจ้าของในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ผ่านการใช้ทักษะการเรียนรู้ต่างๆที่เด็กได้มาจากการเรียนเพลินเรียนรู้ เพลินคิดเพลินทำและอื่นๆ ในการเรียนรู้รูปแบบ Free Day เด็กจะได้คิด วางแผน ตัดสินใจ และกำหนดเป้าหมายในการเรียนด้วยตนเอง(ผ่านการเล่น) ซึ่งเด็กสามารถเลือกเข้าตามความสนใจ ซึ่งครูจะคอยสังเกต ใช้คำถามปลายเปิด และสะท้อนการเรียนรู้แก่เด็กเป็นระยะ เพื่อให้เด็กไปถึงเป้าหมายตามที่ครูกำหนดโดยที่เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตัวเอง

เพลินคิดเพลินทำ

เป็นกิจกรรมเล่นตามมุมที่มีลักษณะเป็นวงจรของการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง (วงจร Plan Do Review) ซึ่งเด็กต้องทำให้ครบทุกฐาน เพื่อสร้างรากฐานของการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้เด็กได้คิดวางแผน ตัดสินใจด้วยตนเอง ได้ลงมือทำ สร้างสรรค์ผลงาน เป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตนเอง ทบทวนสิ่งที่ทำ สิ่งที่ได้เรียนรู้ และนำเสนอผลงานด้วยความภาคภูมิใจ (เล่นมุม + PDR + ภาษาสำหรับเด็กเล็ก)

ลักษณะกิจกรรม ครูจัดกิจกรรม เป็นมุมการเรียนรู้ภายในห้องเรียน เช่น มุมหนังสือ มุมวิทยาศาสตร์ มุมบล็อก มุมบทบาทสมมติ มุม Free Writing ฯลฯ และให้เด็กสามารถวางแผนเลือกว่าจะทำกิจกรรมที่มุมใดก่อน/หลัง รวมทั้งวางแผนว่าจะทำอะไรในมุมนั้นบ้าง (Plan) ลงมือทำตามแผนที่วางไว้ (Do) หลังจากนั้นเลือกนำเสนอผลงานจากการเข้ามุมมาบอกเล่าให้เพื่อนและครูฟัง (Review) พร้อมทั้งตอบคำถามที่เพื่อนและครูถาม

กิจวัตรประจำวันที่โรงเรียน

เป็นกิจกรรมที่จำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน เด็กต้องทำเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตื่นนอน การรับประทานอาหาร การใช้ห้องน้ำ การนอนหลับพักผ่อน เพื่อสร้างความตระหนักในหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อตนเอง และต่อผู้อื่น ฝึกตนในการสร้างวินัย รวมทั้งเป็นการฝึกทักษะชีวิตไปพร้อมๆกัน เช่น ฝึกการดูแลตัวเอง และของใช้ ในด้านความสะอาด ความปลอดภัย

เพลินศิลปะ

เป็นกิจกรรมศิลปะเพื่อการพัฒนาชีวิต ให้เด็กได้สัมผัสและเข้าถึงความรู้สึก นึก คิด ภายในอย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง จนก่อเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อสื่อสารความรู้สึก นึก คิด เหล่านั้น ผ่านสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ศิลปะอันหลากหลาย รวมทั้งมีเรื่องราวที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ในกิจกรรมเพลินเรียนรู้เพื่อให้เด็กๆ ได้ต่อยอดการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง

เพลินอำลา

เป็นกิจกรรมสุดท้ายในทุกๆวัน เพื่อประมวล สรุปความรู้สึก นึก คิด ความรู้ และทักษะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้หลอมรวมเป็นคุณลักษณะ ของเด็กแต่ละคน และสร้างความพร้อมในการกลับสู่สภาพแวดล้อมในการกลับสู่สภาพแวดล้อมและวิถีของบ้าน

เพลินดนตรี

เป็นกิจกรรมดนตรีเพื่อการพัฒนาชีวิต เพื่อให้เด็กได้สัมผัส และเข้าถึงความรู้สึก นึก คิดภายในอย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง ผ่านการใช้ประสาทรับสัมผัสทุกส่วนของร่างกาย และการสร้างสรรค์ สื่อสารความรู้สึก นึก คิด เหล่านั้นผ่านร่างกาย สื่อ และองค์ประกอบของดนตรี รวมทั้งมีเรื่องราวที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ในกิจกรรมเพลินเรียนรู้เพื่อให้เด็กๆได้ต่อยอดการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง